วัสดุหลังคาโรงรถมีอะไรบ้าง ? เพื่อจะได้เลือกใช้ให้ตรงตามความต้องการ

วัสดุหลังคาโรงรถมีอะไรบ้าง
วัสดุหลังคาโรงรถมีอะไรบ้าง

วัสดุหลังคาโรงรถมีอะไรบ้าง ? เพื่อจะได้เลือกใช้ให้ตรงตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์ ส่วนที่มักจะถูกติดตั้งเพิ่มหรือต่อเติมออกมาโดยขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ “หลังคาโรงรถ” เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับบ้าน และกันแดดกันฝนให้กับรถที่เรารัก วัสดุสำหรับทำหลังคาโรงรถนั้นมีหลากหลายให้เลือกใช้ ซึ่งวัสดุแต่ละประเภทก็มีความสวยงามและมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

 

วัสดุแบบทึบแสง คืออะไร ออกแบบบริเวณบ้าน

1. หลังคาเหล็กรีดลอน (Metal Sheet) ข้อดีคือ ติดตั้งง่าย ราคาถูก มีความทนทานสูง เคลือบสารทนการกัดกร่อนและสนิม อีกทั้งยังดัดโค้งได้ง่าย สามารถทำหลังคากว้างๆ ได้โดยที่มีรอยต่อน้อย จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการรั่วซึม แต่จะร้อนในช่วงเวลากลางวัน และหากฝนตกจะมีเสียงดัง

2. หลังคาไวนิล ข้อดีคือ ติดตั้งง่ายเพราะมีลิ้นเข้าล็อกกันระหว่างแผ่น กันรังสี UV และความร้อนได้ดี ช่วยซับเสียง หากฝนตกเสียงจะไม่ดังเท่าเมทัลชีท มีอายุการใช้งานยาวนาน แต่มีสีให้เลือกน้อย และสีอาจจะหมองลงตามอายุการใช้งาน

3. uPVC / APVC / SPVC มีลักษณะเป็นแผ่นลอน (รูปลอนใกล้เคียงกับลอนเมทัลชีท) เนื้อวัสดุแข็งแรง เหนียว ดัดโค้งได้ และมีน้ำหนักเบา อีกทั้งยังมีความหนา สี และรูปลอนให้เลือกใช้หลากหลาย เมื่อฝนตกเสียงไม่ดังรบกวนมากนัก แต่เมื่อใช้ไปนานๆ สีของวัสดุอาจเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศ และตัวแผ่นอาจแอ่นตัวตกท้องช้างได้เนื่องจากความร้อน (ขึ้นอยู่กับคุณภาพและความหนาของแต่ละยี่ห้อ)

 

วัสดุแบบโปร่งแสง

1. อะคริลิก (Acrylic) คุณสมบัติเด่นคือมีความใสเทียบเท่ากระจกแต่น้ำหนักเบากว่ามาก เนื้อเหนียว ดัดโค้งได้ ไม่กรอบหรือแตกลายงา ไม่เป็นฝ้า มีทั้งรุ่นธรรมดาที่กรองแสงแดดได้ระดับหนึ่ง และรุ่นที่กรองรังสี UV และรังสีอินฟาเรดได้มากขึ้น แผ่นโปร่งแสงอะคริลิกราคาจะค่อนข้างสูง และมีข้อควรระวังคือ ต้องติดตั้งตามมาตรฐานตามระยะโครงสร้างที่บริษัทกำหนดเท่านั้น และควรระวังรอยขีดข่วนจากของมีคมช่วงการติดตั้งด้วย

2. ไฟเบอร์กลาส (Fiberglass) มีน้ำหนักเบาและมีความยืดหยุ่น สามารถดัดโค้งได้ มีทั้งแผ่นแบบลอนลูกฟูกและแบบเรียบ มีสีสันหลากหลายทั้งสีใสและสีขุ่น แสงส่องผ่านพอสบายตา บางรุ่นมีการเคลือบด้วยฟิล์มป้องกันรังสี UV เพื่อให้ใช้งานได้ยาวนาน และยังมีรุ่นที่ช่วยป้องกันความร้อนเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม อาจมีเสียงฝนตกกระทบรบกวนอยู่บ้าง และสีอาจซีดจางได้ตามกาลเวลา

3. กระจกลามิเนต กระจกลามิเนตจะประกอบด้วยกระจก 2 แผ่นประกบกันแบบแซนวิสโดยมีฟิล์มกัน UV อยู่ตรงกลาง หากเกิดการกระแทกจนกระจกแตก กระจกจะเกาะกับชั้นฟิล์ม ไม่ร่วงหล่นลงมาทำอันตราย ข้อดีคือ เวลาฝนตกจะไม่ค่อยมีเสียงรบกวนมากนัก มีหลายสีให้เลือกใช้ เนื้อกระจกใสมองเห็นบรรยากาศภายนอกชัดเจน แต่ก็ควรหมั่นทำความสะอาดเป็นประจำ เพราะจะสกปรกได้ง่าย สิ่งสำคัญคือ ต้องติดตั้งให้ถูกวิธีโดยช่างผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ มีโครงสร้างรองรับที่แข็งแรง ใช้ยาแนวซิลิโคนให้ถูกประเภทและมีคุณภาพ

4. โพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate) จะมีน้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่น สามารถขึ้นรูปดัดโค้งได้ตามทรงที่ต้องการ หากนำมามุงหลังคาควรเลือกรุ่นที่ผ่านการเคลือบผิวกันแสง UV ด้วย ปัจจุบันมีหลายเกรด หลายราคา ตามคุณภาพและความแข็งแรง สำหรับแผ่นโพลีคาร์บอเนตแบบลอนลูกฟูกซึ่งมีช่องว่าง และแบบลอนซึ่งมีช่วงที่แต่ละแผ่นซ้อนทับกัน จึงเป็นจุดที่น้ำหรือความชื้นสะสมจนทำให้เกิดตะไคร่และคราบสกปรกได้ง่าย เมื่อใช้งานไปนานๆ พื้นผิวแผ่นจะขุ่นมัว และสีอาจซีดจางไปตามอายุการใช้งาน และด้วยความบางและแข็งของแผ่นจึงมีเสียงดังพอสมควรเมื่อฝนตก

5. uPVC (Unplasticized Polyvinyl Chloride) จะมีคุณสมบัติหมือน uPVC แบบทึบแสงที่กล่าวไปแล้วข้างต้น แต่สำหรับแบบโปร่งแสงจะมีสีขาวขุ่นเพียงสีเดียว และแสงสามารถผ่านได้

 

หลังคากระเบื้องลอนคู่

วัสดุที่ได้รับความนิยมมุงหลังคามานานในไทย ผลิตจากไฟเบอร์ซีเมนต์หรือคอนกรีตที่มีความทนทาน กระเบื้องลอนคู่สามารถเก็บความร้อนได้ดี ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับหลังคาทรงจั่วและปั้นหยา ติดตั้งไม่ยากแต่ค่าติดตั้งก็แพงกว่า เพราะต้องใช้วัสดุติดตั้งเยอะพอสมควร รวมถึงน้ำหนักที่มากโครงสร้างรองรับฐานต้องแข็งแรง

ข้อดี

-วัสดุแข็งแรงทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน

-ซ่อมแซมบำรุงรักษาง่าย เปลี่ยนแค่จุดที่ชำรุด

-กันความร้อนได้ดีกว่าเพราะกระเบื้องจะเป็นตัวเก็บความร้อนเอาไว้

-เสียงเบากว่าเวลาฝนตกกระทบหลังคา

ข้อด้อย

-ใช้เวลาติดตั้งนานกว่าเพราะต้องติดตั้งทีละแผ่น

-อัตราการรั่วซึมสูงกว่าเนื่องจากการติดตั้งเป็นแบบปูซ้อนทับกัน หากติดตั้งไม่ดีอาจเกิดการรั่วซึมได้

-น้ำหนักมากกว่า ต้องเพิ่มต้นทุนในการทำโครงสร้างให้แข็งแรงเพื่อรองรับกระเบื้อง

 

หลังคาเมทัลชีท

เมทัลชีทเป็นวัสดุอีกชนิดที่ได้รับความนิยมเนื่องจากผลิตด้วยวัสดุแผ่นเหล็กรีดเคลือบด้วยอลูซิงค์หรือสังกะสี สามารถรีดขึ้นรูปได้อิสระกว่าแบบกระเบื้อง เหมาะกับสไตล์โมเดิร์นที่ต้องการสีสันและรูปทรงที่แปลกใหม่ ติดตั้งง่ายและรวดเร็วกว่าแบบกระเบื้อง น้ำหนักเบารองรับกับโครงสร้างเกือบทุกชนิด แต่ในเรื่องความร้อนเมทัลชีทจะมีความร้อนมากกว่าหากไม่ได้บุฉนวนป้องกันความร้อนเพิ่มเติม นั่นก็หมายความว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องมีเพิ่มอีก

ข้อดี

-มีน้ำหนักเบา

-ใช้เวลาติดตั้งเร็ว

-มีโอกาสรั่วซึมน้อยกว่า

-มุงหลังคาได้หลายแบบและมีองศาลาดเอียงที่น้อย

ข้อด้อย

-กันความร้อนไม่ดีหากไม่มีฉนวนกันความร้อน

-เสียงดังกว่าในช่วงฝนตกกระทบหลังคา

 

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลข้อดี-ข้อเสียระหว่างกระเบื้องลอนคู่กับเมทัลชีท ซึ่งมีข้อดีแตกต่างกันไป สามารถให้คุณได้ลองเลือกให้เข้ากับรูปแบบบ้านและการใช้งานของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านใหม่หรือการต่อเติมส่วนต่าง ๆ ของบ้าน หวังว่าจะทำให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้นว่าจะเลือกวัสดุมุงหลังคาชนิดใดดี

 

 

ส่วนประกอบของโครงหลังคา

1. แป หรือระแนง เป็นไม้ที่มีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัส วางอยู่บนบริเวณ ‘จันทัน’ ทำหน้าที่รองกระเบื้องหลังคาที่มุงเพื่อป้องกันแดดและฝน แปจะวางห่างกันตามขนาดของกระเบื้องแต่ละชนิด นิยมวางขนานกับแนวอกไก่หรือคานที่อยู่ส่วนกลางของหลังคา

2. จันทัน เป็นส่วนที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับแปที่จะทำหน้าที่รับน้ำหนักของกระเบื้องมุงหลังคาอีกชั้นหนึ่ง ปกติแล้ว จันทันจะวางเอียงลาดไปตามลักษณะของหลังคา โดยมีตำแหน่งพาดอยู่บริเวณอเสและอกไก่ และจะวางเป็นระยะห่างกัน 1 เมตรจนทั่วทั้งหลังคา

3. อกไก่ ส่วนอกไก่ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักจันทันที่วางไปตามแนวสันหลังคา โดยวางอยู่บนตำแหน่งดั้งของสันหลังคา มีลักษณะคล้ายกับคานอยู่บริเวณส่วนกลางของหลังคาทรงจั่วหรือทรงปั้นหยา

4. ดั้ง เป็นส่วนที่ตั้งอยู่บริเวณแนวสันหลังคา ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักของอกไก่ที่วางพาดไปตามแนวสันหลังคา

5. ขื่อ เป็นส่วนที่วางอยู่บริเวณหัวเสา มีหน้าที่ในการยึดหัวเสาและนับแรงดึงในแนวคาน ตลอดจนช่วยถ่ายน้ำหนักลงสู่เสา ยึดโครงผนังให้มีความแข็งแรง ขื่อมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งได้ว่า สะพานรับดั้ง

6. อเส ส่วนที่มีลักษณะคล้ายคานวางอยู่บริเวณริมด้านนอกของเสา ทำหน้าที่ยึดและรัดหัวเสา ตลอดจนช่วยรับน้ำหนักของโครงหลังคาที่ถ่ายแรงลงสู่เสา

7. เชิงชาย เป็นไม้ที่มีประโยชน์สำหรับการปิดปลายจันทันตามแนวชายคา ตลอดจนช่วยปิดช่องโค้งใต้แผ่นกระเบื้องมุงหลังคา รวมทั้งปรับแนวชายคาให้เป็นระเบียบ มีความสวยงาม และป้องกันความเสื่อมสภาพลงของไม้บริเวณปลายจันทัน

8. ปั้นลม เป็นส่วนที่ถูกออกแบบมาใช้บริเวณหัวแปและครอบข้างหลังคา มีหน้าที่ในการปิดหัวท้ายของโครงสร้างหลังคาจั่ว และป้องกันลมไม่ให้ปะทะหลังคาโดยตรง ตลอดจนช่วยป้องกันน้ำฝนไม่ให้รั่วไหลเข้าไปในบ้าน ปั้นลมมักนิยมทำจากไม้ ทั้งไม้จริงและไม้สังเคราะห์

 

วัสดุโครงหลังคา

วัสดุที่นิยมนำมาขึ้นโครงหลังคา ส่วนใหญ่จะต้องมีความแข็งแรงทนทาน รองรับน้ำหนักได้มาก จึงนิยมใช้ไม้หรือเหล็กรูปพรรณที่มักใช้ในงานโครงสร้างมาขึ้นโครงหลังคา เนื่องจากเป็นวัสดุโครงหลังคาที่หาง่าย ราคาถูก ตลอดจนมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม การขึ้นโครงหลังคาในอดีตจะนิยมใช้ไม้ที่มีความแข็งแรงและทนทานต่อสภาพอากาศได้ค่อนข้างมาก แต่เนื่องจากปัจจุบันไม้หายากและมีราคาแพง เหล็กรูปพรรณจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและสบายกระเป๋ากว่า

หลังคา

หลังคาเป็นส่วนประกอบที่ทุกบ้านต้องมี เนื่องจากเป็นส่วนที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคุ้มแดด คุ้มฝนให้กับผู้พักอาศัย ตามปกติแล้ว หลังคามักจะไม่ค่อยมีการแต่งเติมหรือซ่อมแซมบ่อยครั้ง ด้วยเหตุนี้ การเลือกใช้วัสดุโครงหลังคาจึงมีความสำคัญ เพราะหากขึ้นโครงหลังคาในช่วงสร้างบ้านใหม่ ๆ แล้ว โครงดังกล่าวก็จะตั้งอยู่อย่างยาวนานไปหลายสิบปีเลยทีเดียว ดังนั้น การเลือกโครงหลังคาที่ดีจึงจำเป็นต้องเลือกโครงที่สามารถรองรับน้ำหนักของวัสดุมุงหลังคาและอุปกรณ์ในการมุงหลังคาได้อย่างปลอดภัย เพื่อความคงทนถาวร และอายุการใช้งานของหลังคาบ้านในระยะยาวนั่นเอง

 

ข้อแนะนำในการก่อสร้างโครงหลังคา

1. การก่อสร้างโครงหลังคาที่มีคุณภาพและปลอดภัยสอดคล้องกับแบบนั้น วัสดุที่นำมาใช้จะต้องผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม มีการเก็บรักษาเป็นอย่างดีก่อนที่จะนำมาใช้ หากใช้ไม้ในการขึ้นโครงหลังคา ไม้ดังกล่าวต้องอยู่ในสภาพดี ไม่ร่องรอยปริแตกหรือโค้งงอจนผิดรูป ที่สำคัญควรต้องผ่านการทาน้ำยากันปลวดเรียบร้อยแล้ว ส่วนเหล็กที่จะนำมาขึ้นโครงก็ต้องตรวจสอบให้ดีว่าไม่ถูกสนิมกัดหรือมีสภาพที่ชำรุดทรุดโทรม เพราะจะส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้างหลังคาได้

2. การเชื่อมต่อของโครงหลังคากับตัวบ้านต้องผ่านกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ สามารถเกาะยึดกับตัวบ้านและเสาได้อย่างแข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของหลังคาที่เหล็กรอยเชื่อมจะต้องมีการตอกย้ำถึงความมั่นคงแข็งแรง ตลอดจนมีการทาสีป้องกันสนิมเพื่อช่วยลดการกัดเซาะของเหล็กด้วย ทั้งนี้ ก็เป็นไปเพื่อความแข็งแรงของหลังคาที่จะอยู่กับผู้พักอาศัยไปอีกหลายสิบปี สามารถทนทานต่อสภาพอากาศและลมพายุได้เป็นอย่างดี

 

ข้อแนะนำในการก่อสร้างโครงหลังคา

1. การก่อสร้างโครงหลังคาที่มีคุณภาพและปลอดภัยสอดคล้องกับแบบนั้น วัสดุที่นำมาใช้จะต้องผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม มีการเก็บรักษาเป็นอย่างดีก่อนที่จะนำมาใช้ หากใช้ไม้ในการขึ้นโครงหลังคา ไม้ดังกล่าวต้องอยู่ในสภาพดี ไม่ร่องรอยปริแตกหรือโค้งงอจนผิดรูป ที่สำคัญควรต้องผ่านการทาน้ำยากันปลวดเรียบร้อยแล้ว ส่วนเหล็กที่จะนำมาขึ้นโครงก็ต้องตรวจสอบให้ดีว่าไม่ถูกสนิมกัดหรือมีสภาพที่ชำรุดทรุดโทรม เพราะจะส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้างหลังคาได้

2. การเชื่อมต่อของโครงหลังคากับตัวบ้านต้องผ่านกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ สามารถเกาะยึดกับตัวบ้านและเสาได้อย่างแข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของหลังคาที่เหล็กรอยเชื่อมจะต้องมีการตอกย้ำถึงความมั่นคงแข็งแรง ตลอดจนมีการทาสีป้องกันสนิมเพื่อช่วยลดการกัดเซาะของเหล็กด้วย ทั้งนี้ ก็เป็นไปเพื่อความแข็งแรงของหลังคาที่จะอยู่กับผู้พักอาศัยไปอีกหลายสิบปี สามารถทนทานต่อสภาพอากาศและลมพายุได้เป็นอย่างดี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *