ข้อควรรู้ก่อนเป็นนักสืบ ทั้งคุณสมบัติของนักสืบ และข้อมูลเกี่ยวกับนักสืบ

ข้อควรรู้ก่อนเป็นนักสืบ
ข้อควรรู้ก่อนเป็นนักสืบ

ข้อควรรู้ก่อนเป็นนักสืบ ทั้งคุณสมบัติของนักสืบ และข้อมูลเกี่ยวกับนักสืบ อยากเรียนนักสืบมีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนที่ไหนบ้าง

เป็นนักสืบต้องพกอะไรบ้าง

1. อุปกรณ์พรางตัว เสื้อผ้าเป็นเครื่องมือด่านแรกที่นักสืบต้องมีติดรถไว้เลย เสื้อผ้าต้องมีทั้งปริมาณเยอะ และความหลากหลายด้วย บางครั้งติดตามเป้าหมายไปในสถานที่อื่น ก็ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เข้ากับสถานที่เพื่อจะได้ปลอมตัวได้ถูกต้อง อย่างคืนนี้ต้องไปโรงแรมห้าดาวกลางกรุงเทพ ก็ต้องเปลี่ยนเป็นชุดราตรี หรือ ไปสนามกอล์ฟ ก็ต้องมีชุดกีฬาติดไว้รวมถึงไม้กอล์ฟด้วย ยังไม่รวมถึงอุปกรณ์พรางตัวขั้นพื้นฐานอย่าง วิกผม แว่นตา เครื่องสำอางค์ ต้องพร้อมใส่ลุย

ไม่เพียงแค่นั้น นักสืบจะต้องพกอุปกรณ์บางอย่างสำหรับเข้าสถานที่พิเศษด้วย อย่างถุงไม้กอล์ฟ ไม้เทนนิส ชุดว่ายน้ำ หรือ ถุงมือเล่นฟิตเนส เผื่อเป้าหมายไปเล่นกีฬาชนิดไหนก็จะได้สวมรอยติดตามได้เลยอย่างแนบเนียน มันคงจะดูแปลกที่เข้าไปสนามไดร์ฟกอล์ฟ แต่ไม่มีถุงไม้กอล์ฟ ใช่ไหม

2. อุปกรณ์บันทึก การเข้าถึงตัวเป้าหมายสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญสุดก็คือ การบันทึกภาพ เสียง คำพูด คลิป เพื่อนำไปเป็นหลักฐานอ้างอิงกับลูกค้าที่มาจ้างเรา นั่นทำให้นักสืบต้องมีอุปกรณ์เหล่านี้อย่างเพียบพร้อม ไม่ว่าจะเป็นกล้องวิดีโอ เครื่องอัดเสียง กล้องถ่ายรูป และอีกมากมาย ของพวกนี้นอกจากจะเป็นเครื่องยืนยันข้อมูลที่สืบมา ยังเป็นหลักฐานว่าเรามาทำงานจริงไม่มั่วนิ่มข้อมูลให้กับลูกค้าอีกด้วย อุปกรณ์พวกนี้สมัยนี้ดีหน่อยที่เล็ก คุณภาพสูง ทำให้งานออกมาดีขึ้น

3. บัตรประจำตัว อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่จำเป็นมากสำหรับการปลอมตัวเข้าไปหาเป้าหมาย ก็คือ บัตรประจำตัวต่างๆ อย่างเช่นบัตรออฟฟิศ บัตรผ่านทาง บัตรสมาชิก ของเหล่านี้ต้องมีไว้เป็นเครื่องมือผ่าน ลองนึกภาพเราต้องแทรกซึมเข้าไปในอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ที่มีหลายออฟฟิศอยู่รวมกัน หากจะผ่านยามให้ได้เราก็ต้องมีบัตรพนักงาน (ปลอม) เพื่อให้ยามไม่สงสัยหากไม่ห้อยบัตรรับรองไม่ผ่านตั้งแต่ด่านแรกแล้ว รวมถึงสถานที่บางอย่างอาจจะต้องมีบัตรสมาชิกถึงจะเข้าได้ก็มี

4. เครื่องมือสื่อสาร สืบสวนความจริงสมัยนี้การที่เราทำงานคนเดียวแบบ one man show ใช้ไม่ได้แล้วอีกต่อไป การทำงานเป็นทีมจะทำให้ผลงานออกมาดีกว่า นักสืบที่ดีจะต้องมีทีมคอยสนับสนุนการทำงานเพื่อให้งานออกมาดี เป้าหมายไหวตัวไม่ทัน นั่นทำให้นักสืบจะต้องพกอุปกรณ์สื่อสารติดตัวเสมอเพื่อประสานทีมงาน อีกทั้งส่งสัญญาณช่วยเหลืออีกด้วย หากขาดเครื่องสื่อสารการทำงานของเราจะสะดุดได้ ของเหล่านี้พอรวมกันทำให้การออกไปทำงานแต่ละครั้งของนักสืบหนักไม่ใช่เล่น bangkok private investigator

 

นักสืบมีคุณสมบัติที่ดี

1. ต้องรู้จักปกปิดความลับได้อยู่หมัด นักสืบเป็นอาชีพที่ต้องอยู่เกี่ยวกับความลับทั้งปกปิดความลับของตัวเอง และความลับของลูกค้า หากเราปล่อยให้ข้อมูล ความลับของลูกค้ารั่วไหล นั่นอาจจะหมายถึงชีวิตของเราได้เลย ดังนั้นคนเป็นนักสืบจะต้องปิดความลับให้อยู่หมัด หากเราทำไม่ได้ก็ยากจะปกปิดตัวตนเวลาออกไปทำงานได้ (เวลาทำงานก็ต้องเป็นความลับด้วยเหมือนกัน)

2. ใช้ความอดทนเป็นเลิศ เวลานักสืบออกปฏิบัติงานเพื่อเข้าหาเป้าหมาย บางครั้งอะไรก็ไม่เป็นใจให้เรากับเสมอไป บางครั้งเราอาจจะต้องไปรอเป้าหมายนานนับชั่วโมง เพื่อดักจับเค้าให้ได้ หรือ บางครั้งอาจจะต้องใช้จำนวนครั้งมากกว่า 10 ครั้งจึงจะมองเห็นว่าเป้าหมายไปกับใครหรือไหม (กรณีสืบชู้สาว) การจะต้องมารอสิ่งที่ไม่รู้จะมาหรือไม่ เกิดขึ้นหรือเปล่า อาชีพนี้ต้องมีความอดทนเป็นเลิศอย่างมาก หากอดทนไม่พออาจจะใจร้อนจนเสียงานได้

3. มีปฏิภาณไหวพริบเป็นเลิศที่ดี คำว่า ฉลาดเป็นกรด ดูจะเหมาะกับอาชีพนักสืบนี้เหลือเกิน เนื่องจากเราต้องวางแผนกันเพื่อเข้าสู่ตัวเป้าหมาย ไหนจะต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอีกเพื่อตามเป้าหมายให้ทัน เหตุการณ์อันไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นได้มากมายร้อยแปดพันประการระหว่างทำงาน ดังนั้นคนที่จะมาเป็นนักสืบได้นั้นนอกจากความรู้ ทักษะติดตัว การเอาตัวรอดในสถานการณ์เฉพาะหน้าด้วยปฏิภาณไหวพริบอันเป็นเลิศ คือคุณสมบัติข้อสำคัญทีเดียว

4. ชอบช่างสังเกต งานนักสืบชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า สืบ การสืบสวน สอบสวน ผู้สืบอย่างเราต้องอาศัยความสังเกตเป็นที่ตั้ง ยิ่งเราต้องสืบเกี่ยวกับคนเป็นส่วนใหญ่ด้วยแล้ว การสังเกตพฤติกรรมแม้เพียงเล็กน้อยก็สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น การติดตามเป้าหมายในงานเลี้ยง หากเราสังเกตให้ดีจะเห็นเลยว่าเขานัดใครไว้หรือเปล่า หรือ สนใจใครเป็นพิเศษหรือไม่ หากไม่สังเกตก็ยากจะจับพิรุธเป้าหมายได้ รวมถึงคาดการณ์พฤติการณ์ของเป้าหมายไม่ได้อีกด้วย

5. ยังคงความยืดหยุ่น อาชีพนักสืบบอกเลยว่า ไม่สบายอย่างที่คิด เนื่องจากการออกติดตามเป้าหมายนั้นไม่เป็นเวลาเลย บางงานอาจจะต้องตามไปถึงเวลาดึกดื่นค่อนคืนจนกว่าจะได้หลักฐานมา บางงานอาจจะต้องไปต่างจังหวัดเป็นสัปดาห์เพื่อติดตามเป้าหมาย งานแบบนี้นักสืบจะต้องมีความยืดหยุ่นเรื่องเวลาสูงมาก เรียกว่า จะไปตอนไหนก็ต้องได้ จะกลับบ้านตอนไหนก็ไม่มีปัญหาว่างั้นเหอะ งานนี้ส่วนใหญ่จึงเหมาะกับคนที่ไม่มีพันธะมากกว่า เพื่อป้องกันปัญหาหลังบ้านตัวเอง เห็นไหมว่าแค่คุณสมบัติการเป็นนักสืบก็ไม่ง่ายแล้ว

 

จะเป็นนักสืบคดีฆาตกรรมได้อย่างไร

1. การใช้ชีวิตแบบนักสืบคดีฆาตกรรมนั้นไม่ง่ายอย่างที่เห็นในละครอาชญากรรมเรื่องโปรดของคุณ การเป็นนักสืบที่ดีต้องใช้สติปัญญาขั้นสูงการสื่อสารที่ยอดเยี่ยมและทักษะอื่น ๆ ที่หลากหลาย นักสืบคดีฆาตกรรมต้องรับมือกับการเสียชีวิตภายใต้สถานการณ์ต่างๆเช่นการฆาตกรรมการฆ่าตัวตายการฆ่าคนตายและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการยิง สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการบังคับใช้กฎหมายหลายคนต้องใช้เวลาหลายปีในการทำงานอย่างหนักเพื่อให้บรรลุตำแหน่ง โชคดีถ้าคุณต้องการเป็นนักสืบคดีฆาตกรรมคุณสามารถบรรลุเป้าหมายได้ด้วยการทุ่มเทในการทำงานและได้รับการศึกษาและประสบการณ์ที่เหมาะสม

2. จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย. พื้นที่ส่วนใหญ่ต้องการให้คุณเป็นเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบก่อนที่จะเป็นนักสืบ จำเป็นต้องมีประกาศนียบัตรมัธยมปลายหรือ GED เพื่อเริ่มทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ บางเขตอาจคาดหวังการศึกษาเพิ่มเติมหรือการฝึกอบรมตำรวจเฉพาะทางนอกเหนือจากการศึกษาในโรงเรียนมัธยมของคุณ ตรวจสอบกับเขตที่คุณต้องการทำงานเพื่อดูข้อกำหนดด้านการศึกษาของพวกเขา

3. จบการศึกษาจากสถาบันการศึกษาของตำรวจในบางเขตอำนาจศาลคุณจะเรียนหลักสูตรตำรวจที่วิทยาลัยชุมชนท้องถิ่นหรือชั้นเรียนตำรวจที่รัฐให้การสนับสนุนก่อนสมัครงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ ในพื้นที่อื่น ๆ คุณจะต้องสมัครเป็นเจ้าหน้าที่ก่อนจากนั้นจะได้รับการสนับสนุนจากเขตเพื่อทำการฝึกอบรมสถาบันการศึกษา โทรหาเขตหรือค้นหาทางออนไลน์เพื่อดูว่าขั้นตอนในพื้นที่ของคุณเป็นอย่างไรและนำไปใช้กับสถาบันการศึกษา

หลักสูตรโรงเรียนตำรวจโดยเฉลี่ยใช้เวลา 18 สัปดาห์  ที่สถาบันตำรวจคุณจะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆเช่นขั้นตอนการจับกุมและการจองห้องพักการใช้อาวุธปืนการจัดการความเครียดกลยุทธ์การสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายและกลยุทธ์ของตำรวจ

4. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาสี่ปีในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่การเป็นเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบอาจต้องใช้วุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าเท่านั้นในการเป็นนักสืบคดีฆาตกรรมคุณจะต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสี่ปี เลือกสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องเช่นกระบวนการยุติธรรมทางอาญาการบริหารทางอาญาการบังคับใช้กฎหมายอาชญวิทยาวิทยาศาสตร์ตำรวจนิติเวชหรือการสอบสวนที่เกิดเหตุ- หลักสูตรที่มีประโยชน์อื่น ๆ ได้แก่ ชั้นเรียนกฎหมายชั้นเรียนคอมพิวเตอร์และชั้นเรียนตำรวจ

– มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดสำหรับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาบางแห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียโรงเรียนอาชญาวิทยาและกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์นมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเออร์ไวน์และ CUNY John Jay College of Criminal Justice

– หน่วยงานของรัฐบาลกลางเช่น FBI และ DEA ต้องการปริญญาสี่ปี

5. ศึกษาต่อในระดับตำรวจของคุณเมื่อคุณทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ การศึกษาเป็นความพยายามในอาชีพการงานของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายส่วนใหญ่และเป็นข้อกำหนดในเขตตำรวจหลายแห่ง ชั้นเรียนในระบบเทคนิคใหม่จะช่วยให้คุณมีความรู้เพิ่มเติมที่คุณอาจต้องใช้ในการแก้ปัญหาการฆาตกรรม นอกจากนี้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางนิติวิทยาศาสตร์ใหม่และล้ำสมัยจะช่วยคุณในงานของคุณ

คุณสามารถเรียนเพิ่มเติมในด้านการสื่อสารความหลากหลายทางวัฒนธรรมการศึกษาด้านเทคนิคการศึกษากฎหมายและการพัฒนาทักษะ

 

ผ่านการสอบนักสืบ ส่วนที่สำคัญที่สุดของการได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามให้กับนักสืบคือการสอบผ่านนักสืบ แม้ว่าการทดสอบจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับพื้นที่ แต่การทดสอบเช่น The National Detective / Investigator Test นั้นถูกใช้โดยตำรวจหลายแห่งทั่วประเทศ 

  • โดยปกติการสอบนักสืบจะมีคำถามในด้านต่างๆเช่นการสืบสวนคดีอาชญากรรมเทคนิคการสัมภาษณ์และกฎหมายคดีที่เกี่ยวข้อง
  • บางครั้งเขตของคุณมีคู่มือการศึกษาหรือหลักสูตรเตรียมความพร้อม

หลักสูตรนักสืบ

1. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือภาษาอังกฤษ SCIENCE AND TECHNOLOGY เป็นการเรียนคณะนี้มีการใช้วิทยาศาสตร์เข้ามามีส่วนร่วมกับการศึกษาเกี่ยวกับธรรมชาติ โดยใช้กระบวนการ วิธีการศึกษาค้นคว้า ที่ปฏิบัติได้โดยสังเกตการจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เช่น การศึกษาถึงปัญหา หรือสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากอะไร พยายามเก็บหลักฐานของสาเหตุปัญหา ดังนั้นแล้วคณะนี้จึงเป็นคณะที่ทำให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ถึงการสังเกต และฝึกการตั้งสมมติฐานมากขึ้น

2. คณะนิติศาสตร์ หรือภาษาอังกฤษ FACULTY OF LAW  เป็นที่ทราบกันดีว่า คณะนิติศาสตร์ มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับข้อกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ทั้งนี้ยังมีการฝึกทักษะความรู้ควบคู่กับการสืบสวน สอบสวนคดีต่าง ๆ โดยจุดมุ่งหมาย คือ ความยุติธรรม และการใช้กฎหมายในเชิงคุณธรรมด้วย

3. วิชาเลือกเสรีที่ต้องเลือกคือนิติวิทยาศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคนที่ไม่เรียนคณะวิทยาศาสตร์ หรือนิติศาสตร์ ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ทักษะการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีความต่าง ๆ ซึ่งนิยามของคำว่านิติวิทยาศาสต์ เป็นการนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในงานสืบสวนข้อเท็จจริงในคดีความ เช่น การตรวจพิสูจน์ DNA อย่างการตรวจหาลายนิ้วมือ หรือคราบเลือด เป็นต้น เพื่อนำมาใช้ในการรวบรวมพยานหลักฐานที่ถูกต้องสำหรับการติดตามหาตัวคนร้าย นอกจากนี้วิชานิติวิทยาศาสตร์ก็ยังอยู่ในคณะ และสาขาของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ นอกเหนือจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นอีกด้วย เช่น คณะนิติวิทยาศาสตร์ สำหรับป.โท แต่การศึกษาต่อจำเป็นต้องจบในระดับปริญญาสายวิทยาศาสตร์ทุกแขนงเท่านั้น
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน

4. คณะจิตวิทยา หรือภาษาอังกฤษFACULTY OF PSYCHOLOGY จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นคณะที่เกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจ การศึกษาเรียนรู้จิตใจ หรือความคิด และพฤติกรรมของมนุษย์ ควบคู่กับการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น กระบวนการการรับข้อมูลของมนุษย์ อารมณ์ บุคลิกภาพ พฤติกรรม และรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งสถาบันที่เกี่ยวกับการสอนสาขาอาชญาวิทยา บอกได้เลยว่าเป็นสาขาอาชญาวิทยา (ระดับปริญญาโท) ของสถาบันอาชญาวิทยา และการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต มีการรวมเอาศาสตร์ด้าน พฤติกรรมศาสตร์ จิตวิทยา มานุษยวิทยาสังคม และกฎหมายเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เข้าใจถึงรูปแบบ สาเหตุ การเกิดอาชญากรรม และผลกระทบที่ตามมาได้อย่างแยบยล ใครอยากเป็นนักสืบและอยากเรียนด้านนี้ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมกันอีกนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *